วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รูปแบบประโยคในภาษาอาหรับ


รูปแบบในประโยคภาษาอาหรับ

คุณอาจจะเคยเห็นประโยคในภาษาอาหรับที่แปลกจากภาษาอื่นอย่างหนึ่ง ก็คือ  ประโยคส่วนใหญ่มักเริ่มต้นด้วยคำกริยาก่อน ตามด้วยประธาน และกรรมตามลำดับ  นี่คือโครงสร้างประโยคอย่างง่ายในภาษาอาหรับ  แต่จริงๆ แล้วประโยคในภาษาอาหรับมีรูปแบบประโยคที่ตายตัว ซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็น ประเภทหลัก ดังนี้
  1. ประโยคที่เริ่มต้นด้วยคำกริยา  (جملة فعلية) 
  2. ประโยคที่เริ่มต้นด้วยกับคำนาม  (جملة اسمية)

1.  ประโยคที่เริ่มต้นด้วยคำกริยา  (جملة فعلية)  คือรูปแบบประโยคที่เริ่มต้นด้วยกับคำกริยา  โดยส่วนใหญ่แล้วมักตามหลังด้วยประธานและกรรมของประโยค หรืออาจจะมีส่วนขยายอื่นๆ ตามมา   ตัวอย่างประโยคประเภทนี้ เช่น
كَتَبَ الوَلَدُ الوَاجِبَ      

ประโยคดังกล่าว หากแปลกันตามตัว  ก็จะแปลกันได้ว่า  “ได้เขียนเด็กผู้ชายการบ้าน”  แต่อย่างที่บอกไปแล้วในตอนแรก ลักษณะพิเศษของประโยคในภาษาอาหรับ มักขึ้นต้นด้วยคำกริยา  ดังนั้นในการแปลประโยคลักษณะนี้ จะต้องแปลจากประธาน กริยา กรรม  อย่างเช่นการแปลประโยคในภาษาอื่นๆ  ดังนั้นแล้วประโยคข้างต้น จึงแปลได้ว่า  “เด็กผู้ชายได้เขียนการบ้านแล้ว” 

2.  ประโยคที่เริ่มต้นด้วยกับคำนาม  (جملة اسمية) คือรูปแบบประโยคที่เริ่มต้นด้วยกับคำนาม ซึ่งในภาษาอาหรับมักจะเห็นรูปแบบประโยคในลักษณะนี้น้อยกว่ารูปแบบแรก ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปแบบประโยคสั้นๆ อย่างเช่นการอธิบายลักษณะนามของสิ่งต่างๆ  หรือไม่ก็ประโยคที่ว่าด้วยเรื่องของประธานและภาคแสดงของประธาน หรือมุบตะดะอฺ และคอบัรนั่นเอง  ตัวอย่างประโยคในรูปแบบนี้  ได้แก่
الطَّالبُ خَطُّهُ جَمِيلٌ 

ประโยคดังกล่าวแปลได้ว่า “นักศึกษาคนนั้นลายมือของเขาสวย” จะเห็นว่า ประโยคข้างต้นขึ้นต้นด้วยกับคำนาม  ประโยคในลักษณะนี้จะได้ว่าเป็นประโยคประธานและภาคแสดงของประธาน หรือมุบตะดะอฺ และคอบัร  และมีการแสดงความเป็นเจ้าของเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงเรื่องของการบอกลักษณะนามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย  ประโยคดังกล่าวสามารถแปลงเขียนเป็นอีกรูปแบบหนึ่งได้ว่า    

خَطُّ الطَّالبِ جَميلٌ     ลายมือของนักเรียนคนนี้สวย

ทั้งสองประโยคที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้วนั้นมีความหมายไปในทางเดียวกัน  แต่ในเรื่องของไวยากรณ์นั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องโครงสร้างประโยค 

นอกจากประโยคในลักษณะนี้แล้ว ยังมีตัวอย่างอื่นๆ ให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณากัน  เช่น

الطالبُ يركبُ الحِصَانَ
المَدِيْنةُ كَبِيرَةٌ 
محمد وسيم

 ว่าด้วยเรื่อง ذُو    
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักเจ้า ذُو ในภาษาอาหรับกันก่อนนะคะ ^^
" คำว่า ذُو  นั้นมีความหมายแสดงถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ (صاحب) ซึ่งการบ่งบอกสถานภาพของคำในทางไวยากรณ์อาหรับนั้น  ذُو  จะคงสถานภาพเป็นมุฎ็อฟ (คำสนธิที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ) "

ตัวอย่างจากโองการหนึ่งในคัมภีร์อัลกุรอาน อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงตรัสว่า

 إِنَّ اللَّهَ هُوَ الرَّزَّاقُ ذُو الْقُوَّةِ الْمَتِينُ

"แท้จริงอัลลอฮฺ คือผู้ประทานปัจจัยยังชีพอันมากหลาย ผู้ทรงพลัง ผู้ทรงมั่นคง" 
(ซูเราะฮฺอัซซาริยาต :58)

นอกจากนั้นเเล้วคำว่า  ذُو  จะปรับเปลี่ยนตัวมันเองไปตามสถานภาพของคำในประโยค กล่าวคือ คำว่า  ذُو จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของเพศของคำนามในประโยคนั่นเองค่ะ

ตัวอย่างประโยค

هذا الطالب ذو علمٍ
แปลว่า นี่คือนักศึกษาชายผู้มีความรู้

هذه الطالبة ذات علمٍ
แปลว่า นี่คือนักศึกษาหญิงผู้มีความรู้

هؤلاء الطالبات ذوات علم
แปลว่า นี่คือเหล่านักศึกษาสตรีผู้มีความรู้

هؤلاء الطلاب ذوو علم
แปลว่า นี่คือเหล่านักศึกษาชายผู้มีความรู้

คำสรรพนามในภาษาอาหรับ



คำสรรพนามในภาษาอาหรับแบ่งออกเป็น ประเภท คือ
1.   الضَّمَائِرُ المُنفَصِلَةُ (อัฎฎอมาอิร อัลมุนฟาศิละฮฺ)  คือ คำสรรพนามอิสระที่แยกตัวอยู่ตามลำพัง ไม่ติดต่อกับคำใดๆ

ความหมาย
คำสรรพนาม
เขา, มัน   (เอกพจน์ชาย)
هُـوَ
สรรพนามบุรุษที่ 3
หล่อน, มัน (เอกพจน์หญิง)
هِـيَ
หล่อนทั้งหลาย   (พหูพจน์หญิง)
هُـُن
เขาทั้งสอง  (ทวิพจน์เพศชายและหญิง)
هُـمَـا
เขาทั้งหลาย  (พหูพจน์ชาย)
هُـم
ท่านคุณ (เอกพจน์ชาย)
أنـتَ
สรรพนามบุรุษที่ 2
ท่าน, คุณ  (เอกพจน์หญิง)
أنـتِ
คุณทั้งสอง (ทวิพจน์เพศชายและหญิง)
أنـتُـَمـا
ท่านทั้งหลาย  (พหูพจน์ชาย)
أنْـتُـم
ท่านทั้งหลาย  (พหูพจน์หญิง)
أنْـتُـن
เรา, พวกเรา  (ช/ญ)
نَـحْـنُ
สรรพนามบุรุษที่ 1
ผม/ฉัน/ดิฉัน (ช/ญ)
أنا

ตัวอย่างประโยคการใช้สรรพนามอิสระ  เช่น
  
طَــالِـب นักศึกษา
 انـا طـالِـبٌ  = ฉันเป็นนักศึกษา
 
انـتَ طــالبٌ คุณเป็นนักศึกษาชายคนหนึ่ง
 
انـتِ طـالِـبَـةُ  =คุณเป็นนักศึกษาหญิง
هو طاَلِبٌ     =เขาเป็นนักศึกษาชายคนหนึ่ง
هي طاَلِبَةٌ   = หล่อนเป็นนักศึกษาหญิง
 انـتُـمَـا طَـالِـبَـان = คุณทั้งสองเป็นนักศึกษาชาย
انـتُـمَـا طَـالِـبَـتَـانِ คุณทั้งสองเป็นนักศึกษาหญิง
 هُـمـا طـالِبَـانِ เขาทั้งสองเป็นนักศึกษาชาย
 هُـمَا طـالِبَـتَـان หล่อนทั้งสองเป็นนักศึกษาหญิง
 
نَـحـنُ طُـلاّب = พวกเราเป็นนักศึกษาชาย
 
نـحـن طَـالِبَـاتพวกเราเป็นนักศึกษาหญิง
 
انـتـم طـلاّب พวกท่าน, พวกคุณเป็นนักศึกษาชาย
  
انـتـنّ طـالـباتพวกท่าน, พวกเธอเป็นนักศึกษาหญิง
 
هُـم طـلاّب พวกเขาเป็นนักศึกษาชาย
 
هـنّ طـالِبـات พวกหล่อนเป็นนักศึกษาหญิง


** ตัวอย่างทั้งหมดที่ผ่านมาล้วนเป็นคำนามประธานและภาคแสดงประธาน (มุบตะดะอฺ-คอบัร) โดยคำสรรพนามทั้งหมดถูกจัดว่าเป็นประธานของประโยค (มุบตะดะอฺ) และนักศึกษา  คือ ภาคแสดงของประโยค (คอบัร) นั่นเอง
الضَّمَائِرُ المُتَّصِلَةُ  (อัฎฎอมาอิร มุตตะศิละฮฺ) คือ คำสรรพนามไม่อิสระ กล่าวคือ คำสรรพนามประเภทนี้คือจะติดกับคำนาม คำกิยา และคำบุพบท  คำนามประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อย  ได้แก่
  2.1 สรรพนามมุตตะศิลต่อท้ายคำนาม  เป็นการสนธิคำนามกับคำสรรพนามที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของ  เช่น

ความหมาย
ตัวอย่าง  (كتابٌ)
หนังสือของฉัน
(ي+) | كـتـابـِي 
หนังสือของคุณ  (เพศชาย)
(كَ+) | كِـتَـابُـكَ 
หนังสือของเธอ (เพศหญิง)
كِ+) | كِـتَـابُـكِ 
หนังสือของเขา (เพศชาย)
(ه+)   | كِـتَـابُـه 
หนังสือของหล่อน (เพศหญิง)
(هَـا+) | كِـتَـابُـهَـا 
หนังสือของคุณทั้งสอง
كُـمَـا+)  | كِـتَـابـكـما 
หนังสือของคุณทั้งสอง
(هُـمَـا+) | كِـتـابـهـما 
หนังสือของเรา
(نَـا+) | كِـتـابُـنَـا 
หนังสือของพวกคุณ (เพศชาย)
كُــم+) | كِـتَـابُـكُــم 
หนังสือของพวกเธอ (เพศหญิง)
(كُـنّ+)  | كِـتَـابُـكُـنّ 
หนังสือพวกของเขา
هُـم+)  | كِـتَـابُـهُـم 
หนังสือของพวกหล่อน
هُـنّ+)  | كِـتَـابُـهُـّن 

  2.2 คำสรรพนามมุตตะศิลต่อท้ายคำกริยา โดยส่วนใหญ่แล้วคำสรรพนามที่อยู่ในลักษณะนี้จะกลายสภาพเป็นกรรม  (مفعول به) เช่น

ความหมาย
ตัวอย่าง  (شكر محمد)
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณฉัน
 (ي+) | شَكَرَنِي محمدٌ
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณพวกเรา
 (نَـا+) |  شَكَرَنا محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณคุณ (เพศชาย)
 (كَ +) | شَكَرَكَ محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณเธอ  (เพศหญิง)
 كِ +) |    شَكَرَكِ محمد 
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณคุณทั้งสอง
 كُـمَـا+ )  | شَكَرَكُماَ محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณพวกคุณ
 كُــم +) |  شَكَرَكُمْ محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบพวกคุณเธอ
 كُـنّ+ )  |   شَكَرَكُنّ محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณเขา
 (+الهَـاء) |  شَكَرَه محمد  
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณหล่อน
 (هَـا+ ) |   شَكَرَها محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณเขาทั้งสอง
 (هُـمَـا+) | شَكَرَنا محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณพวกเขา
 ( هُـم+)  |  شَكَرَهُمْ محمد
มูฮัมหมัดได้ขอบคุณพวกหล่อน
+( هُـنّ)  |  شَكَرَهُنّ محمد

2.3 คำสรรพนามมุตตะศิลต่อท้ายกับคำบุพบท 
ความหมาย
ตัวอย่าง
متصل) (لضمير
สำหรับฉัน
لِـي
สำหรับเรา (พหูพจน์ทั้งเพศชายและหญิง)
لنا
สำหรับคุณ  (เอกพจน์เพศชาย)
لَـكَ
สำหรับเธอ (เอกพจน์เพศหญิง)
لَـكِ
สำหรับท่านทั้งสอง (ทวิพจน์ทั้งเพศชายและหญิง)
لـكـمـا
สำหรับพวกท่าน (พหูพจน์เพศชาย)
لكم
สำหรับพวกเธอ  (พหูพจน์เพศหญิง)
لكُنَّ
สำหรับเขา (เอกพจน์เพศชาย)
له
สำหรับหล่อน  (เอกพจน์เพศหญิง)
لها
สำหรับพวกเขา  (พหูพจน์เพศชาย)
لهم
สำหรับพวกหล่อน   (พหูพจน์เพศหญิง)
لهن


นิยมสรรพนามในภาษาอาหรับ ( أسماء الإشارة )


นิยมสรรพนาม  หรือสรรพนามบอกความเจาะจง  (أسماء الإشارة)  คือคำนามที่กำหนดให้เรารู้ว่า  คน สัตว์ สิ่งของ หรือสถานที่ที่กล่าวถึงนั้นอยู่ในระยะใกล้หรือไกลเพียงใด เช่น นี่ ให้กับสิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด นั่น โน่น ใช้กับสิ่งที่อย่างห่างออกไป 


สำหรับเป้าระยะไกล
สำหรับเป้าระยะใกล้
เพศ
พหูพจน์
ทวิพจน์
เอกพจน์
พหูพจน์
ทวิพจน์
เอกพจน์
أولئِكَ
ذانك
ذَلك
هُؤلاء
هذَانِ
هذَا
เพศชาย
أولئِكَ
تانك
تِلك
هُؤلاء
هاتاَنِ
هَذِهِ
เพศหญิง

ตัวอย่างการประโยคการใช้นิยมสรรพนาม

ความหมาย
ตัวอย่างประโยค
นักศึกษาคนนี้มีความขยัน
1. هذَا الطاَّلِبُ مُجْتَهِدٌ
นี่คือเพื่อนสองคนที่ซื่อสัตย์
2. هَذَانِ صَدِيْقاَنِ وفِيَّانِ
นี่คือบรรดามุสลิมที่ประสบความสำเร็จ
3. هَؤُلاء مُسْلِمُوْنَ نَاجِحُوْنَ
ห้องโถงห้องนี้กว้างขวาง
4.  هذِهِ الشِقَّةُ وَاسِعَةٌ
นี่คือสองห้องที่ใหญ่
5.  هَاتَانِ غُرْفَتَانِ كَبِيْرَتَانِ
นี่คือบรรดานักศึกษาหญิงที่กระตือรือร้น
6.  هَؤُلاء طَالِبَاتٌ نَشِيْطَاتٌ
นั้นคือเพื่อนของท่าน
7.   ذَلِكَ صَدِيْقُكَ
ทั้งสองคนนั้นคือแพทย์ (หมอ)
8.   ذَانِكَ طَبِيْبَانِ
นั่นคือบรรดาผู้นำของกลุ่มชนนั้น
9.   أُوْلَئِكَ زُعَمَاءُالقَوْمِ
นั่นคือนางพยาบาล
10.  تِلْكَ مَرِيْضَةٌ
ทั้งสองคนนั่นคือผู้หญิง
11.  تَانِكَ اِمْرَأَتَانِ
นั่นคือบรรดามุสลิมะฮฺ  (ผู้นับถือศาสนาอิสลามเพศหญิง)
12.  أوْلَئِكَ مُسْلِمَاتٌ

ว่าด้วยเรื่องกรรม (مفعول به)



มัฟอุลุมบิฮฺ (مفعول به)  คือ คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค ซึ่งในการอ่านสระท้ายคำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมจะต้องอ่านด้วยสระฟัตหะฮฺ (มันศูบ) ในกรณีที่เป็นนามเอกพจน์และพหูพจน์แตกรูป อ่านสระท้ายแทนอักษรเป็นยาอฺในกรณีที่กรรมเป็นนามทวิพจน์ และพหูพจน์เพศชาย  และอ่านสระท้ายด้วยสระกัสเราะฮฺในกรณีที่กรรมเป็นนามพหูพจน์เพศหญิง
   

ตัวอย่าง

1. กรรมจะต้องอ่านสระท้ายด้วยฟัตหะฮฺ ( َ )  ในกรณีที่เป็นนามเอกพจน์ (مفرد) และนามพหูพจน์แตกรูป (جمع التكسير)
يَقْرَأُ التِّلْمِيْذُ الدَّرْسَ 
นักเรียนคนนั้นกำลังอ่านบทเรียน

ในประโยคดังกล่าว คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค คือ อัรดัรสา (บทเรียน)  ซึ่งจะต้องอ่านสระท้ายคำด้วยฟัตหะฮ เพราะกรรมเป็นนามเอกพจน์ (مفرد)
هَزَمَ الجَيْشُ العَدُوَّ
ทหารคนนั้นได้เอาชนะศัตรู

ในประโยคข้างต้น คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค คือ อัลอะดูวา (ศัตรู)  ซึ่งจะต้องอ่านสระท้ายคำด้วยฟัตหะฮ เพราะเป็นนามเอกพจน์ (مفرد)
أَحْضَرَ المُعَلِّمُ الأَقْلامَ
คุณครูคนนั้นได้นำปากกามา

ในประโยคข้างต้น คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค คือ อัลอักลามา (ปากกา)  ซึ่งจะต้องอ่านสระท้ายคำด้วยฟัตหะฮ เพราะเป็นนามพหูพจน์แตกรูป (جمع التكسير)

2.  กรรมจะต้องอ่านสระท้ายแทนอักษรยาอฺ ( ي ในกรณีที่กรรมเป็นนามทวิพจน์(مثنَّى)  และพหูพจน์เพศชาย (جمع المذكر السالم)
اِصْطَادَ الرَّجُلُ طائِرَيْنِ
ผู้ชายคนนั้นจับนกได้สองตัว

ในประโยคข้างต้น คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค คือ อัฏฏออิรอยนิ (นกสองตัว)  ซึ่งจะต้องอ่านสระท้ายแทนอักษรยาอฺ (ي)  เพราะเป็นนามทวิพจน์  (مثنَّى)

اِسْتِقْبَلَ رَئِيسُ الوُزَرَاءِ المُشْتَرِكِيْنَ فِي المُؤْتَمَر
นายกรัฐมนตรีได้ต้อนรับบรรดาผู้เข้าร่วมการประชุม


ในประโยคข้างต้น คำนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค คือ อัลมุชตะริกีนนา (บรรดาผู้เข้าร่วม)  ซึ่งจะต้องอ่านสระท้ายแทนอักษรยาอฺ (ي)  เพราะเป็นพหูพจน์เพศชาย (جمع المذكر السالم)

กริยาแท้ (الفعل المجرّد) ในภาษาอาหรับ


คำกริยาในภาษาอาหรับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
  1. กริยาเเท้  (الفعل المجرد)
  2. กริยาเพิ่ม (الفعل المزيد)

กริยาแท้ (الفعل المجرّد) คือคำกริยาเดิมที่ไม่มีการเพิ่มอักษรอื่นเข้ามาในคำ แม้เพียงหนึ่งอักษรหรือมากกว่านั้น  ซึ่งผลในการเพิ่มอักษรเข้าไปในคำเดิมนั้นในทางภาษาศาสตร์เเล้วจะส่งผลทำให้ความหมายเดิมเปลี่ยนไป  ตัวอย่างเช่น جَلَسَ (กริยาเเท้)  แปลว่า  นั่ง   เมื่อเพิ่มอักษรอะลิฟเข้าไป  جَالَسَ (กริยาเพิ่ม) จะแปลได้ว่า นั่งร่วมวง, นั่งร่วมกับ
คำกริยาเเท้แบ่งออกเป็น  6 ฟอร์ม  คือ  

1.    فَعَلَ يفعُل ตัวอย่าง كَتَبَ يَكْتُبُ.
4.    فعَل يفعِل ตัวอย่าง جَلَسَ يَجْلِسُ.
2.    فعَل يفعَل ตัวอย่าง ذَهَبَ يَذْهَبُ.
5.    فعِل يفعَل ตัวอย่าง شَرِبَ يشرب.
3.    فعُل يفعُل ตัวอย่าง كَثُرَ يَكْثُرُ.
6.    فعِل يفعِل  ตัวอย่าง وَرِثَ يرث.